Get Adobe Flash player
Highlighter

...Latest News...เนื้อหาอัพเดทวันนี้...

คำเทศนาเรื่อง เปลี่ยนวิธีคิดชีวิตเปลี่ยน

คำเทศนาเรื่อง    เปลี่ยนวิธีคิดชีวิตเปลี่ยน
ข้อพระคัมภีร์  อิสยาห์ 55:8-9 
โดย  อ.เรวัฒน์  เทพจักร์

คำถาม :
1.อะไรที่ทำให้ น.ส.ชลธิชา มหิงสา อายุ 19 ปี ตั้งควรรภ์7 เดือนกล้าหาญไปชิงทอง ถูกตำรวจสภ.พระนครศรีอยุธยาถูกจับกุมตัวหลังก่อเหตุเข้าไปชิงทองหนัก 2 บาท ภายในร้านทองบุญชัย หน้าตลาดเจ้าพรหม อ.พระนครศรีฯ   ผู้ต้องหารับสารภาพว่า สาเหตุที่ต้องมาชิงทองเนื่องจากต้องการหาเงินไปซื้อนมให้ลูก  ซึ่งสามีทอดทิ้งไปตั้งแต่คลอดลูกคนแรก เหตุเกิด 1 มิ.ย.
2.อะไรที่จูงใจ ให้  นายโนห์ มูเฮียน อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กว่า 5 ปี (ช่วง พ.ศ.2545-2550) ได้รับความนิยมชมชอบในหมู่ประชาชนจำนวนมาก โนห์ มูเฮียน  ได้กระโดดหน้าผาตาย   หลังถูกดำเนินคดีฐานทุจริต แม้คดีทุจริตของเขาจะยังไม่มีการพิพากษาเป็นที่สุด  สื่อมวลชนก็ได้เปิดเผยข้อความที่เขาเขียนทิ้งไว้ก่อนตายว่า  ผมได้ทำให้คนอื่นมีช่วงเวลาที่แสนสาหัส อย่าได้ตำหนิผม  ชีวิตและความตายเป็นสิ่งเดียวกัน ฌาปนกิจผมซะเถอะ

สาเหตุก็คือ: เพราะความคิด  ความคิดคือตัวกำหนดของพฤติกรรม และการกระทำต่างๆของมนุษย์   การกระทำของ
คนขึ้นอยู่กับทัศนคติ    สุภาษิต 4:23 จงรักษาใจของเจ้าด้วยความระวังระไวรอบด้าน เพราะชีวิตเริ่มต้น
ออกมาจากใจ    ถ้าคนใดคิดจะมีคริสตจักร เดี๋ยวจะมีคริสตจักรเกิดขึ้น   และถ้าใครคิดจะมีกิ๊ก 
เดี๋ยวจะมีกิ๊กให้เห็น...... ถ้าใครคิดจะมีร้านอาหารหรือร้านกาแฟ เดี๋ยวจะมีร้านกาแฟเกิดขึ้น


ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ?   เพราะความคิดคือตัวกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์

ดังนั้น...  * ภาคธุรกิจจึงมีการทำโฆษณา ยอมจ่ายเม็ดเงินมหาศาลเพื่อสร้างแรงจูงใจทางความคิดของผู้บริโภคให้เกิด
ความรู้สึก   -อยากมี   อยากกิน    อยากได้   อยากซื้อไว้เป็นเจ้าของ  ( แม้จะต้องจ่ายเงินก้อนโต) 
-อยากประสบความสำเร็จในชีวต อยากมีบ้าน มีรถ  มีโอกาสได้ท่องเที่ยว  มีเงินใช้ยามแก่ชรา
*พวกมิจฉาชีพหัวใสคิดกลอุบายลวงเหยื่อ  เช่น ชาวบ้านชนบทถูกหลอกให้เอาโฉนดที่ดินไปค้ำประกันนักโทษ 
เพราะเห็นแก่เงินค่าเช่าเอกสารไม่กี่หมื่นบาท   แต่สุดท้ายนักโทษประกันตัวออกมาและหนีไป   ชาวบ้านถูก
ยึดที่ดิน


พระคัมภีร์สอนอย่างไรเกี่ยวกับความคิด
1]   1คร 2:11 อันความคิดของมนุษย์นั้น ไม่มีผู้ใดหยั่งรู้ได้ เว้นแต่จิตวิญญาณของมนุษย์ผู้นั้นเองฉันใดมนุษย์ทุกคนกระทำ
2]   อฟ2:3 เมื่อก่อนเราทั้งปวงเคยประพฤติเป็นพรรคพวกกับคนเหล่านั้น ที่ประพฤติตามตัณหาของเนื้อหนัง คือกระทำตาม
ความปรารถนาของเนื้อหนังและความคิดในใจ  ตามสันดานเราจึงเป็นคนควรแก่พระอาชญาเหมือนอย่างคนอื่น
3]   1คร14:20 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ความคิดของท่านอย่าให้เป็นอย่างเด็ก ในเรื่องความชั่วร้ายจงเป็นอย่างทารก แต่ฝ่ายความคิด
จงให้เป็นอย่างผู้ใหญ่
4]    มธ 22:37 "จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้า   และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า

แสดงว่า ความคิดคือตัวบ่งการชี้นำ   ทำหน้าที่คอยควบคุมและสั่งการในสมอง    เพื่อให้มนุษย์ได้กระทำอะไรๆหลายสิ่งหลายอย่าง     พระคัมภีร์สอนว่าซาตานได้ครอบงำทางความคิด  ปิดกั้นตาใจจึงทำให้มนุษย์เห็นผิดเป็นชอบ ไม่สามารถเห็นความจริงในข่าวประเสริฐ   เหมือนคำที่คนไทยชอบพูดว่า       เห็นกรงจักรเป็นดอกบัว  เห็นความชั่วเป็นความดี    เห็นผีเป็นพระเจ้า เห็นเหล้าเป็นโอวัลติน    มนุษย์มักทำในสิ่งตรงกันข้าม-ขัดขืนพระเจ้า  

อิสยาห์ 55   พระเจ้าถาม  ทำไมมนุษย์เอาเงินไปซื้อสิ่งของที่ไม่ใช่อาหาร    ซื้อสิ่งที่จะไม่อาจนำมาซึ่งอิ่มใจหรือให้ตัวเองปิติยินดีได้เลย    ในเมื่อสิ่งเหล่านี้คือสิ่งของฟรีๆที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้ทั้งสิ้นผ่าน ทางพระเยซูคริสต์แล้ว   ( โดยไม่ต้องจ่ายค่าเสียราคาแม้แดงเดียว  เป็นของให้ฟรีๆ  )          จงตระหนักว่าการมีเงินทองอันมากมายไม่ใช่คำตอบของชีวิต    บางคนตายไปด้วยความทุกข์ใจขณะที่เขามีเงินมหาศาล            ตั้งแต่แรกสร้างโลกซาตานก็ใส่ความคิดให้เอวา   ทำให้มนุษย์ทำผิดต่อพระเจ้า  ทำผิดต่อกันเอง  กล่าวโทษกันเอง   ( คุณนั่นแหละผิด ฉันถูก )     มีการฆ่ากันตาย   อารมณ์ฉุนเฉียวเลือดร้อน  ชอบทำอะไรๆตามอำเภอใจ  มีชีวิตที่อยู่ห่างไกลจากพระเจ้า   ชนชาติอิสราเอลเป็นตัวอย่างของมนุษย์ทุก คน  แม้เขาจะเชื่อถือ- นมัสการพระเจ้า  รับใช้พระเจ้า    แต่ซาตานก็เข้ามาครอบงำความคิด  จึงทำให้เขาทิ้งห่างไกลจากพระเจ้า    เพราะความคิดของมนุษย์คือตัวกำหนดพฤติกรรม  ส่งผลต่อการกระทำออกมา    เป็นผลของสิ่งที่อยู่ในความคิดของคน

วิธีแก้ไขปัญหา : 3 ประการดังนี้คือ

ประการที่ 1  อย่าถูกครอบงำทางความคิดโดยซาตาน   อสย 55:2

คำถาม : ทำไมเจ้าจึงใช้เงินซื้อของในสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร แสดงว่ามีอะไรบางสิ่งผิดพลาดไป.....
มาร ซาตานมีเป้าหมายสูงสุดคือมาเพื่อ  ลัก ฆ่า และทำลายเท่านั้น      ต่างกับพระเยซูที่เสด็จมาเพื่อให้ชีวิตและความหวัง  เป็นชีวิตที่ครบสมบูรณ์  ทำให้ชีวิตสมบูรณ์      คริสเตียนต้องระวังศัตรูที่ร้ายกาจคือซาตาน ศัตรูของเราไม่ใช่พี่และน้องในคริสตจักร     ซาตานมันมาด้วยกลอุบาย    แม้ว่าระยะแรกมันอาจจะมาด้วยคราบของแกะ  มาด้วยพระพร  มันอวยพรให้มนุษย์   มันหลอกและต้มตุ๋นเรา  วางกับดักทางความคิด

ตัวอย่าง   วิธีฆ่ากบโดยไม่ยาก   ชาวนาจะเอากบใส่หม้อปิดฝาหม้อนำไปตั้งไฟที่เตาอ่อนๆ    แรกๆกบก็คงรู้สึกสบายๆ  ร้องเพลงว่าสบายๆ  และแล้วน้ำก็เริ่มร้อนขึ้นๆโดยไม่รู้ตัว   มารู้อีกทีก็สายเกินไปแล้ว       คริสเตียนจงระวังอย่าถูกหลอกเหมือนกบโง่นั้น   
ตัวอย่างมารผจญเอวา   และแม้กระทั่งพระเยซู  มารก็ผจญพระเยซูคริสต์   มธ 4     จงระวังที่เราจะไม่ถูกครอบงำทางความคิดโดยพญามาร       1 เปโตร 5: 8 ท่านทั้งหลายจงสงบใจจงระวังระไวให้ดี ด้วยว่าศัตรูของท่านคือมารวนเวียนอยู่รอบๆ   ดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้   
จงระวังไม่ให้ซาตานเข้ามาที่บ้าน ที่ทำงาน ที่โรงเรียน หรือที่ห้องนอน  ที่ห้องนั่งเล่นของเรา  ในรถของเรา   มันจะมาบริการหรือเสริฟในสิ่งที่เราต้องการถึงที่   

คำถาม : ท่านจะเผชิญหน้าซาตานได้อย่างไร ?     จงระวังทางความคิด      เพราะการกระทำทุกอย่างเริ่มจากความคิดของท่านมีคำกล่าวไว้ว่า      อยู่คนเดียวระวังความคิด  อยู่กับมวลมิตรจงระวังคำพูด      บ่อยครั้งในพระคัมภีร์เราจะเห็นว่าใครก็ตามที่อยู่คนเดียว   หรือคนที่ว่างงานมากมักจะล้มในบาป เจอการทดลองได้ง่ายๆ         ดังนั้นเราจะต้องสร้างเกาะป้องกันทางความคิดให้พ้นจากกลอุบายซาตาน      ด้วยพระวจนะของพระเจ้าให้เราสนใจในพระคำมากขึ้น     ไม่สำคัญว่าพระคัมภีร์จะเก่าเก็บหรือใหม่ๆ   แต่อยู่ที่คุณอ่านมันไหม?    ให้ความคิดของเราปักอยู่ในพระวจนะ     ท่านต้องหาพี่เลี้ยงดูแล    หาคนที่สัญญาจะอธิษฐานเผื่อเรา     หรือคอยแนะนำชี้แนะในหนทางพระเจ้า    ไม่เพียงแต่ซาตานที่ครอบงำทางความ คิด    แต่รวมถึงวัฒนธรรมต่างๆของสังคมที่อาจจะเข้ามาครอบงำความคิด   ระวังที่เราจะไม่รับเองค่านิยมอื่นๆ ใหม่ๆ   เช่นสังคมนิยมเสริมอก  ใส่กางเกงขาดๆ   หรือเจาะลิ้น   มีอะไรก่อนแต่งงาน      นอกจากพระคัมภีร์แล้ว  คริสเตียนจะต้องดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของวัฒนธรรมของตนเอง         
คำเตือน  : จงระวังถูกครอบงำทางความคิด      เอวา   ดาวิด   พระคริสต์ยังถูกทดลองอย่างหนัก    แล้วท่านเป็นใครจะไม่ถูกมารมาผจญ?       แต่ถ้าเรากำลังถูกครอบงำความคิดที่ไม่ถูกต้อง    พระเจ้ามีทางออกให้  พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อเที่ยงธรรมจะทรงโปรดเมตตาให้ท่านมีหนทางหลีกเลี่ยงได้  
1 โครินธ์  10:13 ไม่มีการทดลองใดๆเกิดขึ้นกับท่าน นอกเหนือจากการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม  พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ และเมื่อท่านถูกทดลองนั้น  พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้


ประการที่  2  อย่าพึ่งอาศัยสติปัญญาของตนเอง    อสย 55:8
มัท ธิว16:23  "อ้ายซาตานจงไปให้พ้น เจ้าเป็นเครื่องกีดขวางเรา เพราะเจ้าคิดอย่างคน มิได้คิดอย่างพระเจ้า"            จริงอยู่พระคัมภีร์สอนว่า สติปัญทุกอย่างมาจากพระเจ้าหากผู้ใดที่รู้สึกต้องการ และขาดปัญญาก็ให้ร้องขอ     พระคัมภีร์สอนให้ คริสเตียนรู้จักดำเนินชีวิตฉลาดเหมือนงู      พระเยซูคริสต์ขณะที่ยังเยาว์วัยก็เจริญขึ้นในด้านสติปัญญา      และผู้คนในยุคสุดท้ายจะยกย่องคนฉลาด  ดังนั้นคนที่ฉลาดก็มักจะได้เปรียบ  แต่จงระมัดระวัง  อย่าให้เราภาคภูมิใจในสติปัญญา  ในความเฉลียวของตนเอง  
ปญจ9:11 ข้าพเจ้าได้เห็นภายใต้ดวงอาทิตย์อีกว่า คนเร็วไม่ชนะในการวิ่งแข่งเสมอไป หรือฝ่ายมีกำลังไม่ชนะสงครามเสมอไป  หรือคนฉลาดไม่รับประทานเสมอไป หรือคนมีความเข้าใจไม่ร่ำรวยเสมอไป   หรือผู้ที่เชี่ยวชาญไม่ได้รับความโปรดปรานเสมอไป แต่วาระและโอกาสมีมาถึงเขาทุกคน    
สภษ 3:5-6    จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจ  อย่าคิดว่าตนฉลาด             ท่านอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง    ชีวิตคริสเตียนจะต้องยอมจำนนพระเจ้า   ยอมรับพระสติปัญญาของพระเจ้าทุกๆอย่าง   ยอมรับว่าความรู้ความสามารถของเราไม่สมบูรณ์    ยังขาดบกพร่อง  และมีจุดอ่อนแอมากมายในชีวิต    ท่านจงยำเกรงพระเจ้า หันหนีเสียจากความบาปชั่ว   และพระเจ้าคือผู้ที่จะทำให้ชีวิตของเราราบรื่น ให้ความสำเร็จในชีวิต   ให้ความปิติยินดี ความพึงพอใจในชีวิต

อิสยาห์ 55:8   เหตุผลที่พระเจ้าไม่ต้องการให้เราอาศัยไอคิวของตัวเองเท่านั้น   เพราะความคิดของพระเจ้ากับความคิดของเราต่างกัน   การกระทำของเรา กับการกระทำที่พระเจ้าจะทำก็สวนทางกันเสมอๆ      คล้ายๆกับ  1 โครินธ์  1: 25 เพราะความเขลาของพระเจ้ายังมีปัญญายิ่งกว่าปัญญาของมนุษย์    และความอ่อนแอของพระเจ้าก็ยังเข้มแข็งยิ่งกว่ากำลังของมนุษย์

ดังนั้นหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตคริสเตียน  เราไม่ควรด่วนสรุปรวดเร็วว่า      สิ่งที่เราคิด หรือสิ่งที่เราทำอยู่นั่นคือน้ำพระทัยพระเจ้าแล้ว    วันนี้มียังมีคริสเตียนจำนวนมากโมเม และเหมาสรุปว่าสิ่งที่เขาพูดคือสิ่งที่พระเจ้าคิด   สิ่งเหล่านี้อันตราย      แม้ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นอาจจอยู่บนพื้นฐานของพระคัมภีร์แล้วก็ จริง....      ทุกๆครั้งเราควรจะไม่ลืมถาม  หรือมองในมุมมองของพระเยซู   ว่าหากเป็นพระเยซูคริสต์พระองค์จะพูดว่าอย่างไร    พระองค์จะกระทำอย่างไรในเรื่องนี้ ?          
เราจะเห็นความจำกัด  โอกาสที่เรามักจะผิดพลาดจากน้ำพระทัยพระเจ้าบ่อยครั้ง        ดังนั้นต้องระวังไม่อาศัยสติปัญญา ไม่พึ่งพาอาศัยความคิดเห็นของตัวเองฝ่ายเดียว     ไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง หรือเป็นศูนย์กลาง     อาจเป็นชีวิตที่ไม่ค่อยสะดวกไม่สนุกนัก   ดูเหมือนว่าการยืมจมูกพระเจ้ามาหายใจ   มีขอบเขตจำกัดมากมาย  ไม่สะดวกดั่งใจตัวเอง    แต่เราก็พึงระวังไม่พึ่งพาอาศัยความคิดเห็นของตนเองเป็นที่ตั้ง 

ผลของการวางใจในพระเจ้าชีวิตจะเป็นอย่างไร ?  อสย 55:10-11 
พระ เจ้าทำในสิ่งที่เกินความเข้าใจของเรา       เช่นฝน-หิมะ  ลงมาจากสวรรค์จะไม่กลับไปที่สวรรค์   และไม่ได้มีไว้เพื่อสวรรค์    แต่เพื่อแผ่นดินโลกได้แตกหน่อ แตกใบ  ได้เจริญออกผลดกทวีเลี้ยงประชากรในโลก    เช่นเดียวกันพระคำของพระเจ้าจะไม่จบลงด้วยความว่างเปล่า   แต่จะเกิดผลสู่ชีวิตคริสเตียน   พระเจ้าจะอำนวยอวยพรให้ลูกพระเจ้าจำเริญขึ้นเช่นกัน   และเพื่อเราจะกลับออกไปด้วยความชื่นบาน   ไปด้วยสันติสุข  สันติภาพ และร้องด้วยเสียงเพลงอันชื่นบานว่าพระเจ้าของเรายิ่งใหญ่   พระเจ้าแสนดี    พระเจ้าเป็นความหวังของเรา  เป็นที่พึ่งที่พักพิงชีวิต


ดังนั้นขอให้เราวางใจในพระเจ้าว่า  สิ่งที่เราประกาศข่าวประเสริฐสอนพระคำจะไม่สูญเปล่าเลย  แต่จงเกิดผลในชีวิตของพี่น้อง  ในชีวิตของเด็กๆ       ชีวิตของฝรั่งต่างแดนมาเมืองไทยแล้วก็จากไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเพื่อคนไทย    แต่กลับมีบางคนนั้นได้เริ่มต้นประกาศ รับใช้  ใช้เวลารับใช้พระเจ้า   ใช้พระคำสอนเด็กๆ     วันนี้มันได้เกิดผลแล้วในชีวิตอนุชน  ในนักเรียน  ในสมาชิกหลายคน   พระเจ้าก็ได้รับพระเกียรติ   นี่คือผลของการที่เราวางใจในพระเจ้า  พระเจ้าก็ทำสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้


ประการที่  3  จงรับการเปลี่ยนแปลงความคิดใหม่      อสย 55:8
เนื่อง จากแนวทางความคิดเห็นของเรา   มุมมองของเราต่ำกว่าพระเจ้ามากนัก      มนุษย์ทั่วๆไปก็มีความคิดไม่ต่างกันสักเท่าไร  คือบางคนคิดอย่างไร .....  
-คิดว่า   จะทำอย่างไรจะมีเงินเยอะๆ   จะได้นั่งกินนอนกิน  มีเวลาถวายตัวรับใช้พระเจ้าหลังเกษียณอายุ 
-คิดว่า   จะทำอย่างไรจึงจะมีชีวิตอยู่นานๆในโลกนี้  ?
-คิดว่า   จะทำอย่างไรจะมีโอกาสได้ไปเรียนที่เมืองนอก ต่างแดน ได้เดินทางท่องเที่ยวรอบโลกไปเมืองนั้นเมืองนี้ 
-บางคนก็คิดน้อยใจ สงสารตัวเองว่า  ฉันมันเป็นคนไม่เก่ง  ไม่สวย  พ่อไม่รวย    ฉันคงไปได้ไม่ไกลกว่านี้           ฉันคงทำไม่ได้   

สิ่ง ต่างๆที่เราคิด  มันส่งผลต่อการกระทำของเรา  หากเราคิดลบ คิดว่าเราคงทำอะไรไม่ได้  คงเป็นไปไม่ได้  เราก็จะพบกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้    และทุกๆวันของเราจะเต็มไปด้วยความกลัว  ความกังวลใจในชีวิต  ความกระวนกระวายใจ  จึงจำเป็นที่เราจะต้องรับการแก้ไข     เปลี่ยนวิธีการคิดเปลี่ยนขวบการคิดใหม่      เพื่อเราจะสามารถเข้าใจความคิดของพระเจ้า    จะรับทราบถึงน้ำพระทัยของพระเจ้าว่า      อะไรเป็นที่ชอบพระทัย   และอไรดียอดเยี่ยม ในบางครั้งมุมมองของเรา  ก็มองคนละด้านกับพระเจ้า    ความคิดติดลบของเราก็มีมากมาย    และเมื่อเรารู้สึกอย่างนี้จำเป็นที่เราจะต้องรับคำตอบจากพระเจ้า  เช่น สิ่งเหล่านี้จะแสดงให้เราเห็นว่า   เราอาจจะคิดแบบนี้  แต่พระเจ้ากลับคิดอีกแบบหนึ่ง

1.คุณบอกว่า:    "มันเป็นไปไม่ได้"            >> พระเจ้าตรัสว่า: "ทุกอย่างเป็น ไปได้"            (ลูกา 18:27)
2.คุณบอกว่า:    "ฉันเหนื่อย เหลือเกิน"      >> พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะให้เจ้าได้หาย เหนื่อย"    (มัทธิว 11:28-30)
3.คุณบอกว่า:    "ไม่ มีใครรักฉันเลย"         >> พระเจ้าตรัสว่า: "เรา...รักเจ้า"     ( ยอห์น 3:16)
4.คุณ บอกว่า:    "ฉันสู้ต่อไปไม่ไหว แล้ว"    >> พระเจ้าตรัสว่า: "พระคุณของเรานั้นมีเพียงพอ"    (2 โครินธ์ 12:9 & สดุดี 91:15)
5.คุณบอกว่า:    "ฉันไม่รู้ จะทำอย่างไรต่อไปดี"    >> พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะนำย่างเท้าของ เจ้า"     (สุภาษิต 3:5-6)
6.คุณบอกว่า:    "ฉันจะ ผ่านมันไปได้อย่างไร"     >> พระเจ้าตรัสว่า: "เจ้าจะเผชิญทุกสิ่ง ได้"     (ฟิลิปปี 4:13)
7.คุณบอกว่า:    "ฉันทำไม่ ได้"                >>พระเจ้าตรัสว่า: "เรา..ทำได้"  (2 โค รินธ์ 9:8)
8.คุณบอกว่า:    "ไม่คุ้มเลย"                    >>พระเจ้าตรัสว่า: "ผลที่ได้จะดีคุ้มค่าแน่นอน"  ( โรม 8:28 )
9.คุณบอกว่า:    "ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเด็ด ขาด"    >>พระเจ้าตรัสว่า: "เราอภัยให้เจ้าเสมอ"  (1 ยอห์น 1:9 & โรม 8:1)
10.คุณ บอกว่า:  "มันเกินกำลังของ ฉัน"        >>พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นให้แก่ เจ้าไม่ให้ขาดเลย"  (ฟิลิ ปปี 4:19)
11.คุณ บอกว่า:  "ฉัน..กลัว"                      >>พระเจ้าตรัสว่า:    "เราไม่ได้มอบจิตที่ขลาดกลัวให้แก่เจ้า"  (2 ทิโม ธี 1:7)
12.คุณบอกว่า:  "ฉันท้อแท้ และกังวล ใจ "    >>พระเจ้าตรัสว่า: "จงละความกระวนกระวายใจเอาไว้ที่ เรา"  (1 เปโตร 5:7)
13.คุณบอกว่า:  "ฉันไม่ฉลาด พอ"               >>พระเจ้าตรัสว่า: "เราให้สติปัญญาแก่ เจ้า"  (1 โครินธ์ 1:30)
14.คุณบอกว่า:  "ฉันรู้สึกอ้างว้างเดียวดาย"    >>พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะไม่ละเจ้า หรือทอดทิ้งเจ้าเลย"  (ฮีบรู 13:5)

โปรดจงรู้ไว้ว่า  พระเจ้าทรงมีแผนการณ์สำหรับชีวิตของคุณและพระเจ้าต้องการใช้คุณ      ในบางครั้งคุณอาจบอกพระเจ้าว่า   "คุณยังไม่พร้อม"  แต่พระเจ้าทรงเห็นว่า คุณพร้อมแล้วและพระองค์ใช้การคุณได้   ดังนั้นในวันนี้ขอให้คุณรับการเปลี่ยนแปลงความคิด    และชีวิตของคุณจะเปลี่ยนใหม่     หลายครั้งในชีวิตของเราที่ไม่ค่อยเห็นพระคุณพระเจ้า    ไม่เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า  หรือพระคุณพระเจ้า   ไม่ใช่เพราะว่าพระเจ้าไม่ยิ่งใหญ่  หรือฤทธิ์พระเจ้าเสื่อลง      แต่เพราะความคิดของเรา       เช่นเดียวกับ   สดุดี 51:10 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสร้างใจสะอาดภายในข้าพระองค์ และฟื้นน้ำใจที่หนักแน่นขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์  /    สุภาษิต 1: 23 จงมาสนใจในคำตักเตือนของเรา นี่แน่ะ เราจะเทความคิดของเราให้เจ้า เราจะให้ถ้อยคำของเราแจ้งแก่เจ้า

ให้เราทูลขอพระเจ้าสร้างใจของเราใหม่   เทความคิดของพระเจ้าให้เราใหม่          เพื่อเราจะกลับมามีความคิดใหม่  มีจิตใจที่เสาะแสวงหาพระเจ้า  และไม่วิ่งหาสิ่งที่ไร้ค่าอีกต่อไป     และเราจะไม่มองโลกในแง่ร้ายอีกต่อไป  แต่เราจะมองเห็นอุปสรรคปัญหาในมุมมองของพระเจ้า    ขอพระเจ้าสร้างความคิดของเราขึ้นใหม่  
เปลี่ยนความคิดชีวิตจะเปลี่ยนไป.....

Last Updated (Tuesday, 14 February 2012 22:55)

 
พิธีแต่งตั้...
Image Detail
ประชุมคณะธร...
Image Detail
พิธีแต่งตั้...
Image Detail
02
Image Detail
ประชุมคณะธร...
Image Detail
ประชุมคณะธร...
Image Detail
พิธีแต่งตั้...
Image Detail
05
Image Detail
04
Image Detail
ประชุมคณะธร...
Image Detail

http://www.facebook.com

Polls แสดงความคิดเห็น
สิ่งที่ประเทศไทยต้องการเยียวยามาก ?
 
Who's Online
We have 13 guests online
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday138
mod_vvisit_counterYesterday568
mod_vvisit_counterThis week706
mod_vvisit_counterLast week6343
mod_vvisit_counterThis month19995
mod_vvisit_counterLast month72815
mod_vvisit_counterAll days980085